ดำน้ำลึกยังไงดี

เทคนิคการดำน้ำลึก สำหรับดำน้ำลึกครั้งแรก และทุกๆ ครั้ง

คุณดำน้ำอย่างเพลิดเพลิน ที่กำแพงใต้น้ำแห่งหนึ่ง ข้างใต้ดูเหมือนว่าจะไม่มีพื้น ข้างกำแพงด้านที่ลึกลงไป มีปะการัง แส้ทะเล ฟองน้ำ สีสวยสดงดงามเต็มไปหมด คุณหายใจออก และเริ่มดำลงไปเรื่อยๆ ปรับแรงดันในโพรงอากาศ เมื่อแรงกดดันของน้ำเพิ่มขึ้น ในขณะที่มาตรวัดความลึก มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุกที ใต้น้ำในความลึกนี้ สุ้มเสียงต่างๆ ก็เงียบสงบมากกว่าด้านบน การเคลื่อนไหว ก็ทำได้จำกัดกว่า เนื่องจากแรงกดดันที่มากมาย ขณะเดียวกัน ก็ทำให้เกิดความรู้สึกสงบ อย่างที่ไม่เคยนึกฝันมาก่อน ความท้าทาย และความรื่นรมณ์ของการดำน้ำลึกนี้เอง ที่ทำให้เห็นเด่นชัดว่าทำไม นักเรียนดำน้ำที่เพิ่งจบมา และถูกบอกไว้ว่าให้ดำน้ำ ได้ไม่เกิน 18 เมตร (60 ฟุต) นั้น บางครั้งเป็นเหมือนใบอนุญาต ให้เฝ้าดูงานปาร์ตี้ที่หน้าประตู ไม่ให้เข้าไปด้านใน การดำน้ำลึกลงไป ตั้งแต่ 18 เมตร (60 ฟุต) จนถึง 40 เมตร (130 ฟุต) นั้น นอกจากทำให้ มีพื้นที่สำรวจเพิ่มขึ้น เป็นสองเท่าแล้ว ยังมีประสบการณ์อื่นๆ อีกมากมาย ที่ไม่สามารถพบได้ในน้ำตื้น เช่น ซากเรือจมทั้งหลาย ที่มีปลาตัวโตๆ ก็มักอยู่ในน้ำลึก สิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือ การดำน้ำลึกนั้น ควรต้องมีการระมัดระวังที่ดี โรคเบนด์ และการเมาไนโตรเจน มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่า ภายใต้ความลึกที่เพิ่มขึ้น การขึ้นแบบฉุกเฉิน ก็จะมีอันตรายเพิ่มขึ้น อีกหลายเท่า แต่หากคุณได้รับการฝึกอย่างถูกต้อง มีอุปกรณ์ที่มีคุณภาพครบครัน การดำน้ำลึกก็จะปลอดภัย และตื่นเต้น

ก่อนจะเริ่มดำน้ำลึก

1 เรียนในขั้นสูง

ใต้น้ำลึกกว่า 18 เมตรนั้น ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อาจจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่โตขึ้นมาได้ ความผิดพลาดบางอย่างที่เกิดขึ้น เมื่อดำน้ำตื้นนั้น ไม่สามารถให้มันเกิดขึ้นได้ ขณะดำน้ำลึก การเรียนในชั้นเรียน Deep Diving หรือ Advanced Open Water Course จะสอนให้เกิดทักษะ ที่เฉพาะเจาะจง สำหรับการดำน้ำภายใต้ความลึกนี้ และสิ่งที่สำคัญ การเรียนระดับสูง จะเน้นหลักความปลอดภัย ที่คุณได้เรียนในขั้นต้นมาแล้ว เพื่อคุณจะได้ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ในเวลาที่จำเป็นทุกๆ ครั้ง จุดหนึ่งที่น่าคิดคือ การใช้เทคนิค การดำน้ำให้ปลอดภัย ที่ได้เรียนมาในขั้นต้นแล้วนั้น มาสร้างให้เกิดเป็นนิสัย การดำน้ำของเราเอง

2 รักษาอุปกรณ์ดำน้ำ

เร็กกุเลเตอร์ของคุณนั้น เป็นสิ่งสำคัญ มันได้รับการดูแล และซ่อมบำรุงภายในหกเดือน ที่ผ่านมาหรือเปล่า หายใจได้สะดวก ดีหรือไม่ ท่าทางมีโอกาสจะรั่ว หรือ free flow หรือเปล่า มีฟองอากาศ ที่จุดเชื่อมต่อสายหรือไม่ เร็กฯ ทุกตัว จะมีประสิทธิภาพ เสื่อมลงทุกที ที่ถูกทิ้งไว้บนหิ้งเป็นเวลานานๆ และการไม่ทำการซ่อมบำรุง ก็เป็นสาเหตุหลักของเร็กฯ ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ควรนำไปซ่อมบำรุงวันนี้เลยนะครับ นอกจากนั้น บีซีดีมีรอยรั่วหรือเปล่า ปุ่มกดเติม และปล่อยลมทำงานดีหรือไม่ มีการติดขัด และมีฟองอากาศรั่ว ออกมาให้เห็นหรือไม่ เช่นเดียวกันนะครับ คอมพิวเตอร์มีการดูแลรักษาดีแค่ไหน แบตเตอรรี่ใช้มานานหรือยัง มาตรวัดความลึก มีความเที่ยงตรงหรือเปล่า และนานแค่ไหนแล้ว ที่คุณไม่ได้เอาอุปกรณ์ดำน้ำของคุณ ออกมาจากถุงเก็บ ทำความสะอาด และตรวจสอบมัน จุดสำคัญคือ สิ่งเล็กน้อยที่แค่ทำให้รำคาญ ในความลึก 10 เมตร อาจจะเป็นปัญหาร้ายแรง ที่ความลึกมากๆ ก็เป็นได้

3 ตั้งขีดจำกัด

การได้รับใบ certification ในการดำลึก ไม่ได้เป็นบัตรอนุญาตให้ดำลึก เกินขีดจำกัดของการดำน้ำแบบ recreational นั่นคือความลึก 40 เมตร (130 ฟุต) ทุกๆ วัน ทุกๆ ไดฟ์ ก่อนจะดำน้ำ ให้ตั้งขีดจำกัดส่วนตัวของคุณ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มีอยู่ (เช่น กระแสน้ำ การมองเห็น อุณหภูมิ ความห่างไกลจากความช่วยเหลือ) การดำน้ำครั้งอื่นๆ ในวันนั้น ( จำนวนไดฟ์ และความลึก ) และปัจจัยส่วนตัว (ประสบการณ์ สุขภาพ และความรู้สึกของเราเอง) ให้พยายามต่อต้านความอยาก ที่จะดำลึกกว่าที่เราต้องการ เพราะคนอื่นเขาทำกัน

4 ตรวจสอบอุปกรณ์ สี่ครั้ง

คุณตรวจเอง บัดดี้ของคุณช่วยตรวจ และไดฟ์มาสเตอร์ตรวจอีกครั้งหนึ่ง จากนั้น ให้ทำการตรวจอุปกรณ์อีกครั้งบนผิวน้ำ ก่อนจะดำน้ำลงไป

5 อยู่กับที่ทำ Safety Stop

ควรมีถังอากาศเต็มพร้อมทั้งเร็กฯ ห้อยไว้ที่ความลึก 5 เมตร เพื่อให้คุณสามารถทำ safety stop แม้ว่าอากาศจะเหลือน้อย หากมีคานห้อยไว้ตามขวางกับถังอากาศ ก็จะทำให้นักดำน้ำสามารถทำ safety stop ได้พร้อมๆ กันหลายๆ คนโดยง่าย นอกจากนั้น น่าจะมีคลิปติดทุ่นตะกั่ว ในกรณีที่นักดำน้ำตัวลอย เพราะอากาศในถังมีน้อย

เมื่อดำลงไป

6 อยู่กับบัดดี้

หากมาตรวัดของคุณเสียไป คุณอาจจะต้องใช้อันสำรองของบัดดี้ และเป็นความคิดที่ดีอยู่แล้ว ว่าเราควรทำการเปรียบเทียบ มาตรวัดว่าแม่นยำหรือไม่ นอกจากนั้น บางเวลาคุณอาจจะต้องใช้อากาศของบัดดี้ เช่นกัน อย่าละเลยการสื่อสารก่อนลงดำน้ำ ให้ตกลงกันว่าจะใช้สัญญาณอย่างไร ให้บัดดี้ของเรารู้ว่า แหล่งอากาศสำรองของเรา อยู่ตรงไหนอย่างไร และใช้งานอย่างไร ในทางกลับกัน เราก็ต้องรู้จักแหล่งอากาศสำรอง ของบัดดี้ด้วย นอกจากนั้น คุณควรตกลงกันว่า จะดำลึกแค่ไหน ดำกันนานเท่าไร และการหยุดเวลาดำขึ้นมา จะทำอย่างไร หากทั้งคู่ใช้ตารางดำน้ำ ทั้งคู่ควรทำการคำนวน และได้คำตอบที่เหมือนๆ กัน มีนักดำน้ำจำนวนมาก ละเลยการรักษาบัดดี้ แต่ให้จำไว้ว่า ไม่ใช่เพียงแต่ตัวเราที่เสี่ยง บัดดี้ของเรา ก็ต้องมาเสี่ยงไปด้วย และมันเป็นความรับผิดชอบ เป็นหน้าที่ของเรา ที่จะต้องอยู่เวลาที่บัดดี้ต้องการเรา

7 ใช้เชือก สายในการดำ

ควรใช้เชือก reference line ทุกครั้ง ในการดำน้ำลึก เพราะมันจะช่วยให้คู่บัดดี้อยู่ด้วยกันได้ และสำคัญและจำเป็น ในการควบคุมอัตราการขึ้น กำแพงใต้น้ำ หรือเนินใต้น้ำ ก็สามารถใช้แทนเชือกได้เช่นกัน

8 ตรวจสอบอากาศบ่อยๆ

คุณคงทราบดี ว่าเราใช้อากาศเปลืองกว่าเมื่ออยู่ลึก ยิ่งบวกกับสิ่งแปลกใหม่ และความตื่นเต้นด้วย คุณจะแปลกใจอย่างมาก ที่เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ควรตรวจมาตรวัดอากาศบ่อยๆ ควรขึ้นมาโดยมีอากาศสำรอง อย่างน้อย 500 psi นั่นคือเริ่มขึ้น เมื่ออากาศเหลือประมาณ 1000-1500 psi ขึ้นอยู่กับความลึก และเวลาใช้ในความลึกนั้น

9 ควบคุมการจมลอย

คุณจะจมลงอย่างรวดเร็ว เมื่อลงไปลึกมากกว่าเดิม ใต้ความลึกกว่า 18 เมตร เวทสูทของคุณจะมีการรัดตัว ถูกบีบให้บางลง จากแรงกดดันของน้ำ ที่ทำต่อฟองอากาศในเวทสูท ทำให้การลอยตัว ของเวทสูทที่ใส่มีน้อยลง หากคุณไม่สำรวจตรวจตรา มาตรวัดความลึก สม่ำเสมอแล้ว คุณอาจจะลงไปลึก เกินความลึกที่วางแผนไว้ก็ได้ คุณจำเป็นที่จะต้องเติมลมเข้าไปใน BCD เพื่อรักษาความสมดุลเอาไว้ในที่ลึก

ทั้งหมดนี้หมายความว่า อัตราความเร็วในการขึ้นของคุณ จะเพิ่มขึ้น เมื่ออากาศขยายตัวใน BCD ขณะที่คุณขึ้นมาจากที่ลึกสู่ที่ตื้น ให้ปล่อยลมออกจากบีซีดี ก่อนหน้าที่ตัวจะลอย ความเสี่ยงจากการเป็นโรคเบนด์นั้น ไม่ได้เกิดจากความลึกอย่างเดียว แต่เกิดจากการขึ้นมาจากความลึก เสียเป็นส่วนมาก

10 หายใจให้ลึกและช้า

เป็นสิ่งสำคัญ ในการดำน้ำลึก ที่ซึ่งอากาศมีความหนาแน่นสูง และไม่ผ่านเร็กกุเลเตอร์ ท่อทางเดินหายใจ และปอดของคุณ โดยง่ายนัก การหายใจลึก ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์สมบูรณ์ขึ้น ยิ่งลงไปลึกเท่าไร การหายใจลึกๆ ช้าๆ ก็จะทำให้การหายใจ มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากหายใจเร็ว จะทำให้เหนื่อย และต้องใช้อากาศมากขึ้น

11 โบกมือลา

อุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล้อง หลุดมือลงไปในที่ลึก อย่าพยายามตามลงไป คุณอาจจะไม่ดูมาตรวัดความลึก และอาจจะลงไปลึก เกินกว่าที่จะขึ้นมาได้ โดยปลอดภัย นอกจากนั้น ความเหนื่อยเวลาไล่ตามอุปกรณ์ลงไป ก็อาจจะยิ่งเพิ่มโอกาส ในการเป็นโรคต่างๆ หากคุณเห็นคุณค่าของกล้อง มากกว่าชีวิตของคุณแล้ว คุณน่าจะเอากล้องทิ้งไว้ที่บ้านนะ

การขึ้นมา

12 ควบคุม ควบคุม และควบคุม

นักดำน้ำส่วนมาก ขึ้นมาเร็วกว่าที่ควรทำ อาจไม่เป็นไรที่ความลึกมากๆ และเมื่อคุณขึ้นมาถึง 18 เมตรแล้ว ความเสี่ยงต่อการ เป็นโรคเบนด์ จะเพิ่มขึ้นมากเลย นอกจากนั้น การขึ้นโดยไม่แซงฟองอากาศเล็กๆ นั้น ก็ไม่ค่อยจะแม่นยำนัก ฟองส่วนมากจะขยายตัว และใหญ่ขึ้น และจะเร็วขึ้นด้วย จะตามฟองไหนไป ก็ต้องดูให้ดีด้วยครับ การใช้คอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรวัดความเร็วในการขึ้น เป็นวิธีการที่ดี ในการควบคุมอัตราการขึ้น หรือใช้วิธีการดูมาตรวัดความลึกกับนาฬิกา เพื่อจะได้ขึ้นมาด้วยอัตราระหว่าง 9-18 เมตรต่อนาที

13 ทำ Safety Stop

การหยุดที่ความลึก 5 เมตรเป็นเวลา 3 นาที นับเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติ และยิ่งเป็นสิ่งสำคัญเวลาดำน้ำลึก หากเรามีโอกาส ที่จะระบายไนโตรเจนออกจากร่างกาย ก็จะเป็นการดี และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบนด์ได้ การไม่ทำ safety stop นั้น ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นเบนด์เพิ่มขึ้นมาก นอกจากนั้น การทำ safety stop ยังเป็นโอกาส ที่จะได้ปรับการจมลอย ปรับอุปกรณ์ของเรา ก่อนที่จะขึ้นเรือ รวมทั้งจะได้คอยระวังเรือ หรือใบจักรที่อยู่ด้านบนด้วย

เมื่อขึ้นมาบนผิวน้ำ

14 พักผ่อน

หลังจากการดำน้ำ ให้พักผ่อนให้มากที่สุด ให้คนที่ไม่ได้ดำน้ำทำงานหนักๆ เช่น ยกของ หรือดึงสมอ การออกแรงอาจทำให้เกิด microbubbles ฟองอากาศเล็กๆ ในกระแสเลือด และอาจมีผลกระทบ ต่อการระบายไนโตรเจนได้ นอกจากนั้น เมื่อขึ้นมาแล้ว ก็ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อยสองสามชั่วโมง เนื่องจากผลของแอลกอฮอล์ อาจจะกลบอาการของเบนด์ได้

15 ดำซ้ำด้วยความระมัดระวัง

ตรวจสอบเวลาในการพักน้ำ และระวังเวลาในการดำน้ำ อย่างสม่ำเสมอ ระวังเป็นพิเศษ หากดำขึ้นลงบ่อยๆ การดำน้ำสั้นๆ บ่อยๆ อาจจะเสี่ยงมากกว่า การดำน้ำในเวลาเท่ากัน แต่อยู่ที่ความลึกเดียว