TAT License No. 12/01654

ปะการังแข็งที่หมู่เกาะสุรินทร์

กว่าจะหาจุดดำน้ำที่นี่ได้ ก็ต้องใช้ความพยายาม หลายรอบเหมือนกัน ... เนื่องจากจุดดำน้ำจุดนี้ ผมเคยมาดำเพียงสองครั้ง เท่านั้นเอง เดิมที ก็ได้รับรู้ถึงสถานที่แห่งนี้ จากผู้ที่ทำการสำรวจเกาะสุรินทร์จนหมดสิ้น แทบจะไม่มีที่ไหนในเกาะนี้ ที่ท่านไม่เคย ไปสำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ใต้น้ำ ผมยังจำความรู้สึก ของการที่ได้ไปดำน้ำที่นี่ครั้งแรก เมื่อสี่ปีที่แล้วได้เลยว่า พอลงไปถึงพื้นแล้ว เริ่มปรับตัวปรับสายตาเข้ากับสถานที่ได้ ก็รู้สึกตกตะลึง เพราะไม่เคยไปดำน้ำที่ไหน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ แบบนี้มาก่อน

สายๆ ในวันแรก ของเดือนมีนาคม ผมได้มีโอกาส พาพรรคพวกมาดำน้ำ ณ จุดนี้อีกครั้ง อันที่จริงผมก็รอคอยอย่างตื่นเต้น และกระวนกระวายพอสมควร ในคืนก่อนหน้านั้น หลังจากดำน้ำกลางคืนที่เกาะตอรินลา เนื่องจากเกิดรู้สึกสงสัยว่า ที่นี่จะเหมือนเดิมหรือไม่ และสงสัยว่าจะพาคนกลับมาถูกที่ ที่เป็นสถานที่ดำน้ำหรือเปล่า เนื่องจากจุดดำน้ำจุดนี้ จากการสังเกตของผมเอง รู้สึกว่าทางอุทยานฯ จะไม่วางทุ่นไว้ให้ นักดำน้ำเข้ามาดำ ไม่มีการประชาสัมพันธ์ถึงจุดนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งไหน ทั้งๆ ที่เป็นสถานที่ ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดแห่ง ดงปะการังแข็งของเมืองไทย ก็เห็นจะว่าได้

เราไปดำน้ำกันที่ “ทักษิณหรรษา” แหล่งดำน้ำที่ท่าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้ตั้งชื่อเอาไว้นานแล้ว ในช่วงเช้า หลังจากพักบนเรือกัน ได้ประมาณสองชั่วโมง เราก็ย้ายเรือไปยังจุดดำน้ำแห่งนี้ ในบริเวณเกาะสุรินทร์ ผมเองก็จำได้ คลับคล้ายคลับคลาว่า จะอยู่ตรงแหลมใดแหลมหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจชัดเจน จำได้ว่าครั้งที่สอง ที่พาคนมาดำน้ำที่นี่ ก็ต้องใช้เครื่องซาวน์เดอร์ ค้นหาหมายอยู่นาน

วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่แน่ใจ และไม่มีหมายเป็นทุ่นที่แน่นอน ก็เลยต้องดูเอาจากแผนที่ที่วาดไว้ และให้กัปตันเรือ ใช้เครื่องซาวน์เดอร์หาเช่นเคย หากันอยู่นาน บางทีก็สับสน กับไหล่แนวปะการังใกล้เกาะ จนเกือบจะหมดหวัง เราก็ได้พบแนวปะการัง ห่างจากเกาะสักสองร้อยเมตร เป็นที่ลึกประมาณสามสิบเมตร และมีแนวปะการังเป็นคันขึ้นมา ยอดสูงถึงห้าเมตรจากผิวน้ำ แนวปะการังที่ว่านี้ มีความกว้างประมาณถนนมอเตอร์เวย์ ที่วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปชลบุรีเห็นจะได้ ยาวหลายร้อยเมตร ผมเองก็ยังไม่ทราบถึงความยาวที่แน่นอน เพราะไม่เคยสำรวจได้จนสุด แนวปะการังแห่งนี้สักครั้ง

เราทิ้งไอ้ใบ้ไว้บนพื้นทราย เลยไปทางด้านทิศเหนือไปนิดหน่อย เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกระเทือน กับแนวปะการัง ก่อนจะลงดำน้ำ เมื่อมองลงไปข้างล่าง ผมก็ยังหวั่นใจอยู่ว่า จะใช่สถานที่นี้หรือเปล่า เพราะมองจากผิวน้ำแล้ว มันเหมือนเป็น กองหินโล้นๆ มากกว่าเป็นดงปะการังที่ยิ่งใหญ่ อย่างที่เคยมาดำครั้งก่อน เมื่อดำตามสายไอ้ใบ้ลงไปถึงกลางน้ำ ผมก็เริ่มใจชื้น เพราะเห็นแล้วว่าเป็นแนวปะการังเดิม ที่เคยมาเยือนอย่างแน่นอน เพราะความอุดมสมบูรณ์ และหลากหลายของปะการัง ที่มองเห็นอยู่เบื้องหน้านั้น ยืนยันได้เป็นอย่างดี ผมหันไปให้สัญญาณกับพรรคพวก กลุ่มที่ลงมาด้วยกัน ให้มุ่งหน้าลงทางทิศใต้ เพราะหากไปทางทิศเหนือแล้ว เราจะลงไปพบกับความลึกอันเวิ้งว้าง มากกว่าความสวยสดงดงามที่หมายใจไว้ ว่าจะเจอ

เราดำลงผ่านคันปะการัง ที่หักลงอย่างลาดชัน จนถึงพื้นทราย โดยรักษาระดับความลึก ไว้ที่ยี่สิบสี่เมตร อันที่จริง หากจะลงให้ถึงพื้นเลย ก็จะมีความลึกถึงสามสิบเมตร ซึ่งอาจจะลงลึกเกินไป โดยไม่จำเป็น เนื่องจากวันนี้เราจะต้องดำน้ำลึกๆ กันต่ออีก ที่กองหินริเชลิวในช่วงบ่าย

ทุกคนในกลุ่มของเรา รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับภาพที่ปรากฏ อยู่เบื้องหน้ากันเป็นอย่างมาก ปะการังที่นี่มีทุกชนิดที่เคยเห็น แต่มารวมกันอยู่ในที่เดียวกัน ปะการังเขากวางหลากหลายชนิด ปะการังแผ่น ปะการังโต๊ะ ปะการังแปรงล้างขวด ปะการังลายกลีบดอกไม้ ปะการังช่องหินอ่อน ปะการังรังผึ้ง ปะการังโขด ปะการังผักกาด ปะการังสมอง ฟองน้ำ ฯลฯ มาขึ้นกันอยู่ อย่างหนาแน่นเป็นพิเศษ กว้างไกลไปสุดลูกหูลูกตา สีสันของปะการังแข็งที่นี่อาจจะน้อย แต่หากเทียบกับความยิ่งใหญ่ และหลากหลายแล้ว ดูจะเป็นที่น่าอัศจรรย์ไปเสียยิ่งกว่า แหล่งดำน้ำบางที่ที่มีปะการังอ่อน สีสันสวยสดงดงามเสียอีก เราดำเลาะขอบด้านล่างของแนวปะการังนี้ไป จนถึงเวลาที่จะต้องขึ้นสู่ความลึกสิบหกเมตร ตามแผนการดำน้ำ ซึ่งทำให้เราอยู่ใน ช่วงความลึกตรงกลางของแนวปะการัง หากมองทางดิ่ง สัตว์ทะเลที่นี่มีหลากหลาย เช่นเดียวกับปะการัง ช่วงนี้ปะการังเขากวาง จะมีปริมาณมากกว่า ปะการังชนิดอื่นๆ แซมด้วยปะการังโขด และปะการังสมอง เต่าทะเลตัวหนึ่ง ว่ายมาดูพวกเราอย่างสงสัย เมื่อเราหันไปหา เขาก็ว่ายหนีไปอย่างรวดเร็ว มองไปทางด้านข้าง ก็จะเห็นฝูงปลาใหญ่น้อยว่ายกันมากมาย ปลากะพงเป็นฝูงๆ มีอยู่ให้เห็นอย่างดาษดื่น

เมื่อสิ้นสุดเวลาของความลึกสิบหกเมตร เราก็ขึ้นไปที่ความลึกไม่เกินสิบเมตร บริเวณด้านบนสุดของแนวปะการัง ณ จุดนี้ เมื่อเรามองลงไปด้านล่าง เราก็จะเห็นถึงพื้นทราย ที่ลึกลงไปอีกเกือบสามสิบเมตร ความรู้สึกขณะนั้น ยากที่จะบรรยาย มันคล้ายกับเรากำลังปีนเขา หรือกำลังบินอยู่เหนือยอดเขา มากกว่ากำลังดำน้ำ บริเวณนี้มีความหลากหลาย ของปะการังมาก ปริมาณของปะการังก็หนาแน่นเป็นพิเศษ นอกจากนั้น เรายังได้เห็นสีสันของปะการัง ที่มีสีฟ้าแซมสีน้ำตาลมากขึ้นกว่าเดิม ปะการังบางกอก็มีสีออกเขียวอ่อน และมีปะการังต้นไม้สีเขียวเข้ม สอดแทรกให้เห็นเป็นระยะ เมื่อเรามองไปข้างหน้า ก็ยังเห็นแนวปะการัง ทอดตัวต่อไปทางทิศใต้ จนสุดลูกหูลูกตา ในใจนั้น อยากจะให้มีเวลาอยู่ใต้น้ำให้นานๆ จะได้ไปสำรวจเสียให้ทั่ว แต่จนใจ ที่เวลาตามแผนการดำน้ำของเรา ได้หมดลงเสียแล้ว เพื่อนสมาชิกในกลุ่มบางคน ก็มีอากาศเหลือน้อย เกินกว่าที่จะดำน้ำต่อไปอีกด้วย พวกเราจึงตกลงใจกันว่า จะขึ้นสู่ผิวน้ำ เนื่องจาก เราได้ดำน้ำอยู่ในความลึกห้าเมตร เป็นเวลานานพอสมควร ก่อนหน้านี้แล้ว เราจึงสามารถขึ้นสู่ผิวน้ำโดยตรงได้ โดยไม่ต้องรีรออะไรอีก เพื่อนๆ ในกลุ่มหลายคน ทำท่าทางเสียดาย ที่จะต้องจากโลกใต้น้ำ ที่เสมือนกับโลกแห่งความฝัน อันไม่น่าเชื่อว่าจะมีจริง ไปสู่โลกใบเดิมของเราบนผิวน้ำ แต่ถึงอย่างไร ไม่ช้าก็เร็ว เราก็ต้องกลับขึ้นสู่เรือลำหรู ที่พาเรามาที่นี่อยู่ดี พวกเราให้สัญญาณ โดยการยกนิ้วโป้งขึ้น อันเป็นสัญญาณที่รับรู้กัน ในหมู่นักดำน้ำว่าเป็นการสิ้นสุด การดำน้ำในครั้งนี้ และปล่อยลมออกจากเสื้อชูชีพ พร้อมทั้งเตะตีนกบขึ้นสู่ผิวน้ำ เมื่อมาถึงผิวน้ำ ทุกคนพูดคุยกันไม่หยุดปาก ถึงความสวยงามที่ไม่มีใครนึกถึง ว่าจะมาพบในการดำน้ำคราวนี้ หลายคนบอกว่าตั้งแต่ดำน้ำมา ไม่เคยพบแนวปะการังที่ไหนสวย และอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้เลย หรือว่า สถานที่แห่งนี้ สมควรที่จะเป็นแหล่งดำน้ำลี้ลับ ที่ไม่มีใครสนใจจะไปเที่ยวชมต่อไป ....

เขียนโดย ดร. พิชิต เมืองนาโพธิ์
พิสูจน์อักษร ทีมงาน FreedomDIVE
นำเสนอ 25 พ.ค. 2548
ปรับปรุงล่าสุด 01 ต.ค. 2550