TAT License No. 12/01654

Safety Stop

ในปัจจุบัน เราจะพบว่านักดำน้ำดำน้ำกันลึก เป็นเรื่องปกติธรรมดา และการทำ deep stop และ safety stop ก็เป็นเรื่องปกติ ที่นักดำน้ำทำกัน เพื่อความปลอดภัยโดยทั่วกัน นับตั้งแต่มีการนำเอาหลักการ ของการทำ safety stop มาใช้ เมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว

เราคงคิดว่า เทคนิคการทำ safety stop คงจะไม่มีอะไรยากเย็น หรือซับซ้อน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การทำ safety stop นั้น มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง และเทคนิคทักษะที่ละเอียดอ่อนหลายอย่าง หากต้องการจะได้รับประโยชน์เต็มที่ จากการทำสิ่งนี้

เราควรทำ safety stop ก่อนจะจบทุกไดฟ์ เพราะมันจะทำให้เราคำนึงถึงการขึ้นสู่ผิวน้ำ และทำให้เราได้ฝึกทักษะการดำน้ำ มากขึ้น รวมถึงเราจะคำนึงถึงการหลีกเลี่ยง และป้องกัน DCS ในเวลาเดียวกัน และเช่นเดียวกัน ทักษะทุกชนิด การที่จะเกิด ความเชี่ยวชาญได้นั้น จะต้องมีการฝึกฝนทักษะเหล่านั้น จนกระทั่ง กลายเป็นการกระทำโดยอัตโนมัติ หรือทำจนรู้สึกเป็นธรรมชาติ นั่นเอง

การทำ safety stop นั้น เริ่มตั้งแต่ใต้ทะเลตรงพื้นนั่นแหละครับ โดยเราจะต้องคิดอยู่เสมอว่า จะต้องขึ้นสู่ผิวน้ำ หรือขึ้นสู่จุดที่จะทำ safety stop ให้ช้า สิ่งแรกคือ ต้องเอาอากาศออกจาก BCD เสียก่อน เพื่อไม่ให้เราลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกินไป จนควบคุมไม่ได้ การมีลมใน BCD นิดหน่อย เพื่อไม่ให้ต้องเตะขามากเกินไปนั้น เป็นเรื่องพอรับได้ แต่พลังหลักที่ใช้ในการขึ้น จะต้องเกิดจากแรงขาของเรา ไม่ใช่เกิดจากแรงยกของลมใน BCD ครับ การจมลอยของเราจะพอดี ก็ต่อเมื่อเราหยุดลอยขึ้น เมื่อเราหยุดเตะขา หากเราหยุดเตะขาแล้ว แต่ตัวยังลอยอยู่ ก็หมายความว่า เรามีอากาศใน BCD มากเกินไปแล้วครับ

ความเร็วในการขึ้นสู่ผิวน้ำ ในปัจจุบัน มีการตกลงกันในหมู่องค์กร เกี่ยวกับเวชศาสตร์ใต้น้ำว่า ความเร็ว 9 เมตรต่อนาทีนั้น เหมาะสมกว่าความเร็ว 18 เมตรต่อนาทีที่เคยเข้าใจกัน เพราะฉะนั้น หากใครใช้ Dive Computer ดำน้ำ ที่เตือนที่ความเร็ว 18 เมตรต่อนาที ก็ถึงเวลาที่จะเปลี่ยน Dive Computer ได้แล้วครับ

       ทักษะต่อมาในการทำ safety stop ก็คือ การเตรียมพร้อมที่จะหยุดกลางน้ำ ทักษะนี้จะยากยิ่งขึ้น หากเราไม่มีเชือกหรือทุ่น ที่จะเป็นแนวกำหนด นักดำน้ำจำเป็นต้องสังเกต ว่ามีอากาศเพิ่มเข้ามาใน BCD ของตนหรือไม่ ขณะกำลังขึ้นนะครับ เพราะอากาศเพียงเล็กน้อย ที่อยู่ใน BCD ที่ความลึก จะขยายตัวได้มากขึ้น เมื่อเราขึ้นมาสู่ความตื้น หากเราไม่คอยสังเกต และปล่อยอากาศออกจาก BCD เราอาจจะลอยขึ้นเร็วโดยไม่รู้ตัว และไม่สามารถหยุดตรงจุด ที่เราจะทำ safety stop ได้ครับ

       สิ่งที่ต้องคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ ถังอากาศของเรานั้น หากใช้จนเกือบหมดแล้ว จะลอยตัวมากกว่า ตอนที่มีอากาศอยู่เต็ม เมื่อเราทำ safety stop ท้ายไดฟ์ ที่อากาศในถังมีอยู่น้อย เราอาจจะตัวลอยมากกว่าที่คิดไว้ และทำ safety stop ด้วยความทุลักทุเล ก็เป็นได้ วิธีป้องกัน คือ ควรหาจำนวนตะกั่วที่เราต้องใช้ ด้วยการทำ Buoyancy Weight Check ในขณะที่อากาศมีอยู่น้อยในถังครับ หรือหากเราทำตอนถังเต็ม ก็ควรเพิ่มตะกั่วอีกสักก้อนหรือสองก้อนเผื่อไว้ก่อน ต้นไดฟ์จะรู้สึกหนัก แต่จะสบาย และปลอดภัยท้ายไดฟ์ครับ

       สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในเรื่อง safety stop ในปัจจุบัน คือ มีการเสนอแนวคิดการทำ deep stop การทำ deep stop นั้น คือ การหยุด ที่ความลึกประมาณครึ่งหนึ่งของความลึกสูงสุด ที่เราดำในไดฟ์นั้น เป็นเวลาหนึ่งนาที นอกเหนือจากการมีผลดีต่อระบบของร่างกาย ในการช่วยกำจัด Silent Bubble ได้ดีขึ้นแล้ว การทำ deep stop ยังช่วยให้เราไม่สามารถเร่งขึ้นสู่ผิวน้ำ อย่างรวดเร็ว อีกประการหนึ่ง เพราะหากเราดำน้ำที่ความลึก 30 เมตร และรู้ว่าจะต้องหยุดที่ความลึก 15 เมตรเป็นเวลาหนึ่งนาทีแล้ว เราก็จะไม่มีทางพรวดพราดขึ้น โดยไม่รู้ตัวได้อย่างแน่นอนครับ

       ทักษะสำคัญต่อมา คือ การลอยตัวนิ่งๆ อยู่กลางน้ำ หรือที่เรียกกันว่า การทำ Hovering นั่นเองครับ คนที่จะทำ safety stop และ deep stop ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องมีทักษะนี้ ในระดับดีมาก หากนักดำน้ำไม่สามารถลอยตัวนิ่งๆ ได้ ก็จำเป็นต้อง เตะขาไม่หยุด เพื่อไม่ให้ตัวจมหรือลอย ซึ่งการออกแรงมากๆ แบบนั้น ไม่เหมาะสม และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น DCS การที่นักดำน้ำผ่อนคลาย และหลีกเลี่ยงการออกแรงมากๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญในกระบวนการทำ safety stop ด้วย

       ขั้นตอนในการทำ safety stop ไม่ได้หมดลง เมื่อเราลอยนิ่งๆ ที่ความลึกระหว่าง 4-6 เมตร เป็นเวลาตั้งแต่ 3-5 นาทีเท่านั้น นะครับ ข้อสำคัญต่อจากนั้น คือ ต้องขึ้นสู่ผิวน้ำช้าๆ มีนักดำน้ำจำนวนมาก เมื่อเห็นว่าหมดเวลา ในการทำ safety stop แล้ว ก็พุ่งพรวดอย่างรวดเร็วสู่ผิวน้ำทันที อย่างนี้อันตรายนะครับ เพราะที่ความลึกนี้ อากาศจะขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว และมากมายกว่า ที่ความลึกมากกว่านี้ ปอดของเราอาจจะระบายอากาศไม่ทัน และอาจเกิดการปอดฉีกขึ้นมาได้

       สุดท้าย เมื่อขึ้นมาบนเรือหรือบนฝั่งแล้ว สิ่งที่เราต้องคำนึงถึง เป็นอันดับต่อไป คือ ต้อง “พัก” ครับ อย่าลุกขึ้นไปทำอะไร ที่ไม่จำเป็นสักระยะหนึ่ง อาจจะสักสิบหรือยี่สิบนาที เพราะอันที่จริงแล้ว safety stop สุดท้ายที่เราทำนั้น ไม่ได้ทำที่ความลึก สามถึงห้าเมตรหรอกครับ safety stop สุดท้ายจริงๆ นั้น อยู่บนผิวน้ำต่างหาก เมื่อเราขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำระหว่าง Surface Interval นั้น ร่างกายเรา ยังมีไนโตรเจน หลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะ ช่วงขึ้นมาใหม่ๆ จะมีหลงเหลืออยู่มาก และค่อยๆ ลดลงจนเหลือน้อยมาก หรือเป็นปกติ ภายใน 24 ชม.

เพราะฉะนั้น เมื่อขึ้นมาสู่ผิวน้ำหรือขึ้นบนเรือช่วงแรก ก็ควรอยู่นิ่งๆ พักผ่อนให้สบายสักระยะหนึ่ง แล้วค่อยเริ่มทำกิจกรรม ที่ต้องทำ เช่น เก็บล้างอุปกรณ์ดำน้ำ หรือช่วยเหลือเพื่อนๆ ขึ้นสู่เรือครับ

เขียนโดย ดร. พิชิต เมืองนาโพธิ์
พิสูจน์อักษร ทีมงาน FreedomDIVE
นำเสนอ 28 ส.ค. 2550
ปรับปรุงล่าสุด 08 ต.ค. 2550