TAT License No. 12/01654

หลงทางในความมืด

Lost in the Dark

ในเดือนตุลาคม 1997 ฉันเพิ่งจะเรียนดำน้ำ จบมาเพียงหกเดือน และดำน้ำมาเพียง 10 ไดฟ์ พวกเราซึ่งมีตัวฉันเอง สเตฟ และเฮิร์บกำลังท่องเที่ยวกัน อย่างสนุกสนานที่ Baja ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น มีอุปสรรคอยู่บ้าง เฮิร์บลืมชุดเวทสูท และบีซีดี และต้องขอยืมของสเตฟ วาล์ว low pressure inflater บีซีดีของฉันก็มีปัญหา ทำให้ฉันต้องพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความเร็ว รวมทั้งนาฬิกา Timex ของฉันมีน้ำเข้า ทำให้ไม่เดินต่อไป บีซีดีของสเตฟ ไม่สามารถปล่อยลมออกไปได้ อย่างที่ควรจะเป็น และหน้ากากของเธอ ก็มีฝ้าจับตลอดเวลา และเช่นเดียวกัน นักดำน้ำหน้าใหม่ทั่วไป มีบางครั้งที่ฉันลงน้ำไป และพบว่าไม่ได้ใส่เข็มขัดตะกั่ว ฉันคิดว่า ในกลุ่มของเรารวมกันแล้ว น่าจะเป็นนักดำน้ำ ที่ดีได้เหมือนกัน แต่หากแยกออกมา ตัวใครตัวมันแล้ว ฉันคิดว่าเรายังต้องการ ความช่วยเหลือ

เมื่อมีโอกาส ที่จะไปดำ night dive กัน เรามองหน้ากัน แล้วก็บอกว่า ทำไมจะไม่ดำล่ะ พวกเราทุกคน มีการเรียนมาเพียงชั้น Open Water Diver เท่านั้น รวมทั้งไม่เคยมีประสบการณ์ ในการดำน้ำกลางคืนกันมาก่อน เราคิดว่าเรื่องแค่นี้ คงไม่กระไรนัก ไม่มีใครถาม ว่าเราดำน้ำกลางคืนกันได้หรือเปล่า พวกเราก็ตกลงกันไว้ว่า ไม่มีใครถาม ก็ไม่ต้องบอกใครก็แล้วกัน เราไปถึงที่หมาย แต่งตัว ฟังการบรรยาย เรื่องสถานที่ดำน้ำ แล้วก็ลงน้ำกันไป

ปัญหาของเรา เริ่มต้นในทันทีทันใด ไฟฉายของสเตฟเสีย และไม่มีใครในกลุ่ม มีไฟฉายสำรองลงไปด้วย ไฟฉายที่ฉันนำลงไป เป็นไฟฉายที่นักดำน้ำทั่วไป ใช้เป็นไฟฉายสำรอง และฉันเป็นคนเดียว ที่มีเข็มทิศ โดยได้ทำการฝึก บนบกมาแล้วบ้าง แล้วก็คิดว่า มันคงไม่ต่างกันเท่าไร

เราได้ดำน้ำกัน อย่างสนุกสนานทีเดียว เส้นทางการดำน้ำของเรา ค่อนข้างจะยุ่งเหยิง ไปทางโน้นทีทางนี้ที เมื่อไม่มีนาฬิกา ฉันก็พยายามจะนับอัตรา การเต้นของหัวใจ และ fin kick แทน เพื่อจะรู้ว่า เราอยู่กันตรงไหน ฉันพยายามสังเกตพื้นที่ใต้น้ำ กระแสน้ำ สิ่งอื่น ๆ ใต้น้ำ เพื่อจะจดจำไว้กลับ และพบว่ามัน ไม่ได้แตกต่างไปกัน ที่ได้รับรู้มาก่อน จากการฟังบรรยายบนบก เพราะฉะนั้น เมื่อเราส่องดูเกจ์ และตัดสินใจที่จะกลับ ฉันค่อนข้างมั่นใจ ว่าจะนำกลับได้สบายๆ

ความมั่นใจของฉัน มีอยู่ได้เพียง 30 วินาที ฉันพยายามพาพรรคพวก ตัดกลับเข้าหาเรือ โดยไม่ย้อนกลับทางเดิมเลย เพราะคิดว่ารู้ว่าตัวอยู่ตรงไหน และจะกลับไปที่เรืออย่างไร ฉันได้ค้นพบว่า การเอียงของพื้นแตกต่างกันมาก ระหว่างใต้น้ำกับบนบก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณใกล้ๆ ปากอ่าว ไม่มีดาวหรือเดือนคอยบอกทาง และระยะทางห่างกันแค่ 100 ฟิต ก็หมายถึงพื้นใต้น้ำ กระแสน้ำที่แตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง ฉันรู้สึกกลัว และพยายามปรับแก้ เพื่อต้านการไหลของกระแสน้ำ ที่มาจากหลายๆ ทาง ฉันรู้ว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้นมาก สเตฟ และเฮิร์บก็ตามมาอย่างดี ไม่มีอาการสงสัยอะไร ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกกลัวมากยิ่งขึ้น

ฉันรู้สึกกังวลใจยิ่งขึ้น เมื่อเราดำผ่านภูเขาใต้น้ำ และพบว่าเข็มทิศของฉันหมุนช้าๆ เป็นวงกลม ฉันเอาเข็มทิศให้พรรคพวกดู เพื่อให้เขารู้ว่า ฉันกำลังมีปัญหา ในการหาทางใต้น้ำ แต่พวกเขาได้แต่ยักไหล่ และบอกให้ฉันนำต่อไป ฉันก็เลยเดาทางที่ดีที่สุด และพาเพื่อนๆ ดำน้ำกันต่อ ในใจรู้สึกว่า เรากำลังดำน้ำออกทะเลกัน และคงไม่ได้เห็นฝั่งอีกเป็นแน่ ไม่มีใครมีอุปกรณ์ ให้สัญญาณ ฉุกเฉินอะไรเลย ยกเว้นการร้องเรียก ในที่สุด ฉันก็ถึงจุดที่คิดว่า เรือจะอยู่ตรงนี้ แล้วเริ่มทำ Safety Stop กัน ฉันกับเฮิร์บทำ Safety Stop ในที่มืด ขณะที่สเตฟพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ ผ่านเราไป เพราะบีซีดีเสีย

เมื่อขึ้นถึงผิวน้ำ ฉันก็โล่งใจ เพราะเรืออยู่ห่างไปเพียง 20 เมตรเท่านั้นเอง ฉันให้สัญญาณด้วยไฟฉายของฉัน ว่าพวกเราสบายดี และพบว่าไฟฉายของฉันดับ ขณะที่ให้สัญญาณนั่นเอง พวกเราหัวเราะกันเบาๆ ด้วยความโล่งใจ หลังจากประสบการณ์ครั้งนั้นแล้ว ฉันก็ได้ลงเรียน Advanced Open Water และระมัดระวัง ที่จะไม่ดำน้ำเกินระดับการเรียนรู้ และประสบการณ์ของฉันอีกต่อไป

เขียนโดย Jeff Burhans, หนังสือ Skin Diver: April 2001
เรียบเรียงโดย ดร. พิชิต เมืองนาโพธิ์
พิสูจน์อักษร ทีมงาน FreedomDIVE
ปรับปรุงล่าสุด 27 ส.ค. 2550